ขอให้จับมือร่วมกันเดินหน้า

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา เนื่องในโอกาสแถลงนโยบายรัฐบาลก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยกล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้วางพื้นฐานให้หมดแล้ว คมนาคม ดิจิทัล อินเทอร์เน็ตหมู่บ้านครบถ้วน เหลืออย่างเดียวคือต่อยอดว่าจะนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างไร การที่เรียนเช่นนี้ นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น อนาคตยังอีกยาว ต่างประเทศเฝ้ามองเราอยู่ เพราะเราเป็นศูนย์กลาง เป็นประเทศที่มีศักยภาพมาก ทั้งจีน ญี่ปุ่น ทั้ง RCEP อินโด-แปซิฟิค ทั้งหมดนี้ต้องผ่านประเทศไทยทั้งนั้น RCEP คืออาเซียนบวก 6 ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่วันนี้ยังเจรจาไม่จบเพราะแต่ละประเทศขวางซึ่งกันและกัน แต่เราต้องพยายามทำเรื่องนี้ให้จบ รัฐมนตรีต่างประเทศรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ที่สำคัญคือ CPTPP ที่ญี่ปุ่นเป็นหัวหอก การลงทุนมันย้ายฐาน ซึ่งวันนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายสูงมากๆ ทั้งหมดที่คิดมานี้ ทุกอย่างประวัติศาสตร์จะเป็นตัวตัดสิน ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดีก็จะอยู่และยั่งยืน โอท็อปเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ใครทำ เดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร แต่ยังไม่ถึงต้องช่วยกันทำ เมกะโปรเจ็กต์เดินแล้ว สนามบินกำลังพัฒนา ทุกอย่างมันจะอยู่ในจุดที่จะดีก็ได้ไม่ดีก็ได้ ฉะนั้นเราหวังอย่างยิ่งว่าการทำงานระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภาจะร่วมกันได้ รัฐบาลเจอนักลงทุนทุกวัน เขาถามว่านโยบายเปลี่ยนหรือไม่ รัฐบาลผสมทำงานร่วมกันได้หรือไม่ ก็เลยตอบไปว่าเรามีรัฐบาลผสมมาโดยตลอด แต่ก็มีกลไกของมันอยู่ ควรมีครม.เศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกคนมานั่งหารือเพื่อให้ไปในทางเดียวกัน ขอให้มั่นใจ ขอให้ไว้ใจซึ่งกันและกัน พวกผมเป็นรองนายก ก็ต้องกำกับกระทรวง ก็จะพยายามกำกับให้มีความโปร่งใส ให้เดินไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง นาทีนี้จุดพลิกผันมันสำคัญมาก ถ้าเราผ่านห้วงเวลานี้ไป ซึ่งเราอยู่ในจุดที่สูงที่สุดแล้ว ถ้าเราพลาดจุดนี้ไป ตอนนี้สินค้าไฮเทคด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ของญี่ปุ่นไปที่เวียดนาม สินค้าครึ่งๆ กลางๆ อยู่ที่เมืองไทย เพราะเราไม่สามารถฝ่าด่านปฏิรูปนี้ได้ หวังว่า 3-4 ปีข้างหน้า ถ้าเราร่วมมือกันได้ มันก็จะไปได้ดี พวกเราโชคดีที่มีโอกาสรับใช้ประเทศชาติในช่วงเช่นนี้ ผมดีใจที่เห็นนักการเมืองรุ่นใหม่หลายคนเป็นความหวังของประเทศไทย